Menu
 
 

โบท็อกซ์

8b0db1d33badffe20c1a34c3dbe552b6ee39dcd21c4df-73rgvj_fw658

โบท็อกซ์ - Botox

โบท็อกซ์ (Botox) เป็นสิ่งที่หลายคนรู้จักกันดีในฐานะนวัตกรรมเพื่อลดริ้วรอยและปรับรูปหน้า นอกจากนี้โบท็อกซ์ยังนำไปใช้รักษาไมเกรน ตาเข หนังตากระตุก กล้ามเนื้อคอเกร็งตัว กล้ามเนื้อหลังอักเสบเรื้อรัง รวมไปถึงแก้ปัญหาในผู้ที่มีเหงื่อออกมากผิดปกติโดยเฉพาะที่บริเวณมือและรักแร้อีกด้วย

Botox คืออะไร?

ความจริงแล้ว โบท็อกซ์ (Botox) เป็นชื่อทางการค้าของสารสกัดที่เรียกว่า โบทูลินัมท็อกซินเอ (Botulinum toxin A) จากแบคทีเรียคลอสตริเดียมโบทูลินัม (Clostridium botulinum)

สารนี้มีความเป็นพิษต่อระบบประสาท (Neurotoxin) หากได้รับโดยการรับประทานจะทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษหรือเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง แต่ถ้าได้รับเฉพาะจุดในปริมาณน้อยๆ อย่างพอเหมาะ จะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวอันเป็นผลดีกับวงการแพทย์ ซึ่งนำมาใช้ในการรักษาโรคตาเหล่ ตาเข นอกจากนี้ยังเป็นผลดีในวงการเสริมความงาม เพราะสามารถลดริ้วรอยต่างๆบนใบหน้า และทำให้ผิวกระชับขึ้นได้

อย่างไรก็ตามผลจากการฉีดโบท็อกซ์จะไม่ถาวร เนื่องจากสารชนิดนี้สามารถสลายไปได้ จึงต้องกลับมาเติมเป็นระยะ

สารสกัดดังกล่าวเป็นโปรตีน ซึ่งในปัจจุบันมีหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อมีขนาดโมเลกุล ความบริสุทธิ์ และปริมาณสารสำคัญแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต ทำให้คุณสมบัติและราคาแตกต่างกันไป ได้แก่

  • โบท็อกซ์ (Botox) ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นโบท็อกซ์ตัวดั้งเดิม ผลิตมายาวนาน มีงานวิจัยรองรับจำนวนมาก และผ่านการพัฒนาเพื่อให้ผู้ใช้มีโอกาสดื้อยาน้อยมาก ข้อดีของโบท็อกซ์อัลเลอร์แกนคือกระจายตัวแคบ ทำให้ควบคุมการฉีดได้แม่นยำ ตรงจุด แต่ในทางกลับกัน หากฉีดกับแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ จะเห็นข้อผิดพลาดได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคิ้วกระดก ยิ้มแข็ง หรือแก้มตอบ
  • ดิสพอร์ต (Dysport) ผลิตในประเทศอังกฤษ มีจุดเด่นคือกระจายตัวได้ดี จึงเหมาะสำหรับใช้กับบริเวณกว้าง เช่น ฉีดลดเหงื่อ ลดต้นแขน ลดน่องปูด
  • ซีโอมิน (Xeomin) ผลิตในประเทศเยอรมนี มีจุดเด่นคือมีการนำโปรตีนขนาดใหญ่ตัวอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นออก ทำให้เหลือเฉพาะโบทูลินัมท็อกซินเอบริสุทธิ์ โมเลกุลเล็ก ฉีดแล้วไม่กระจุกตัวแคบเกินไป และมีงานวิจัยแสดงว่าได้ผลดีในเคสที่ดื้อยา แต่จะต้องหยุดการฉีดโบท็อกซ์มาแล้วอย่างน้อย 2-3 ปี ในส่วนของราคา ค่อนข้างสูงพอๆ กับยี่ห้อโบท็อกซ์
  • นูโรน็อกซ์ (Neuronox) ผลิตในประเทศเกาหลี คุณสมบัติค่อนข้างใกล้เคียงกับยี่ห้อโบท็อกซ์ คือมีการกระจายตัวค่อนข้างแม่นยำใกล้เคียงกัน แต่ราคาถูกกว่าประมาณครึ่งหนึ่ง
  • โบทูแล็กซ์ (Botulax) ผลิตในประเทศเกาหลี ออกฤทธิ์ค่อนข้างไว แต่สลายตัวเร็ว ไม่ค่อยคงทนนัก ข้อดีคือราคาประหยัด
  • นาโบตะ (Nabota) ผลิตในประเทศเกาหลี จัดเป็นยี่ห้อพรีเมียม มีความบริสุทธิ์สูง ออกฤทธิ์เร็ว เน้นใช้ลดเลือนริ้วรอยที่หน้าผาก หางตา ปรับรูปหน้า ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามดูเล็กลง

การเตรียมตัวก่อนตรวจ

ก่อนเข้ารับบริการฉีดโบท็อกซ์ ควรงดรับประทานยา หรือ วิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) ยาวาร์ฟาริน วิตามินซี น้ำมันตับปลา แปะก๊วย เป็นต้น และควรหลีกเลี่ยงสิ่งต่อไปนี้

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก
  • หมูกะทะ ปิ้งย่าง ชาบู ที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ
  • อาหารที่เผ็ดมากๆ แสบร้อนจนหน้าแดง
  • อาหารหมักดอง เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง
  • งดสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือด ไม่ควรประคบร้อน

การดูแลตัวเองหลังฉีด Botox

  • หลังจากฉีดโบท็อกซ์แล้ว คุณควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ซึ่งมักได้แก่
    • ไม่นอนราบในช่วง 3-4 ชั่วโมงแรกหลังจากฉีดโบท็อกซ์ เพราะโบท็อกซ์อาจไหลไปในบริเวณที่ไม่ต้องการ
    • ให้นอนหงายหนุนหมอนสูง ในคืนแรกของการรักษา
    • ไม่นวด กด บีบ คลึง บริเวณที่เพิ่งทำการฉีดโบท็อกซ์มา เป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง เนื่องจากการทำให้ยากระจายไปออกฤทธิ์ยังบริเวณอื่นได้
    • หากมีอาการบวมแดงหรือช้ำในช่วง 1-2 วันแรกหลังการฉีดโบท็อกซ์ (ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้เนื่องจากเข็มฉีดยา) ให้ใช้น้ำแข็งประคบได้
    • ภายใน 2 สัปดาห์แรก ไม่ควรให้บริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์มาสัมผัสความร้อน
    • ควรพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผลการรักษา และหากพบความผิดปกติก่อนวันนัด เช่น หนังตาตก ปวดศีรษะ ปวดคอ เห็นภาพซ้อน ตาแห้ง มีอาการแพ้หรือหายใจไม่สะดวก  ควรติดต่อแพทย์ทันที