Menu
 
 

เสริมจมูก

c356d4b6bc3e56b69e77fbfe4ec0bef47550788711d686-tjbylw_fw658

การศัลยกรรมจมูก

การศัลยกรรมจมูกกลายเป็นเทคนิคเสริมความงามยอดนิยม ซึ่งทำได้โดยการผ่าตัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก่อนเข้ารับการศัลยกรรมจมูกต้องศึกษาข้อมูลหลายอย่าง เพื่อเตรียมตัวให้เหมาะสมสู่การศัลยกรรมบนพื้นฐานของความปลอดภัย การศัลยกรรมจมูกแบ่งออกเป็น 2 วิธี ได้แก่   การใช้เนื้อเยื่อตัวเองและการใช้วัสดุภายนอก เนื้อเยื่อตัวเองที่ใช้ในการเสริมจมูก เช่น กระดูกซี่โครง ไขมัน กระดูกอ่อนหลังหู เป็นต้น ส่วนการใช้วัสดุภายนอกคือการใช้ซิลิโคน ซึ่งจะได้รับความนิยมมากกว่าการใช้เนื้อเยื่อ เนื่องจากการใช้ซิลิโคนมักได้รูปร่างที่ต้องการมากกว่า แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือซิลิโคนแบบแท่งและซิลิโคนแบบบล๊อก และซิลิโคนที่ถูกนำมาใช้ในการศัลยกรรมจมูกนั้นจะต้องเป็นซิลิโคนเฉพาะที่มีเกรดทางการแพทย์ (Medical grade) ก่อนทำศัลยกรรมจมูกสิ่งที่จะต้องศึกษาคือข้อมูลที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง เช่น แพทย์ที่จะทำ สถานที่ที่จะเข้ารับบริการ วิธีการเสริม การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด การดูแลหลังผ่าตัด เป็นต้น และควรใช้วิจารณญาณในการแยกแยะระหว่างข้อมูลจริงและข้อมูลโฆษณาชวนเชื่อ ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมจมูกมีทั้งแบบนิ่มและแบบแข็ง หากคนไข้มีผนังจมูกบางควรใช้ซิลิโคนแบบนิ่ม เพราะถ้าใช้แบบแข็งอาจทำให้เกิดการทะลุ และถ้าหากคนไข้มีผนังจมูกที่หนาควรใช้ซิลิโคนแบบแข็ง เพราะถ้าใช้แบบนิ่มจะทำให้มองไม่ออกว่ามีการเสริมจมูกหรือมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปจมูก สิ่งที่อันตรายที่สุดของการศัลยกรรมจมูกคือการเสริมจมูกแบบฉีด เป็นสิ่งที่ไม่เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์และผิดกฏหมาย เมื่อเกิดปัญหาไม่สามารถรักษาหรือเอาออกได้ เนื่องจากมีการแทรกซึมและกระจายอยู่ทั่ว โดยผลข้างเคียงของการเสริมจมูกแบบฉีดที่พบบ่อยคืออาการบวมแดงที่เกิดจากการอักเสบ และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การเสริมจมูกที่ปลอดภัยจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ ไม่ควรเสริมขนาดที่ใหญ่เกินไปเพราะจะทำให้เกิดการแทรกซ้อนได้ เช่น จมูกเบี้ยวหรือซิลิโคนทะลุ ควรเลือกขนาดแท่งที่พอดีกับใบหน้าและจมูกเดิม เพื่อลดความเสี่ยง ที่สำคัญควรปฏิบัติตนตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

 

วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก
1.     กระดูกหรือกระดูกอ่อนของตนเอง   ส่วนใหญ่นิยมใช้กระดูกอ่อนหลังใบหูมาทำ
2.     ซิลิโคน   เป็นวัสดุมาตรฐานทางการแพทย์ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย

ขั้นตอนการเสริมจมูก

  1. คนไข้นอนลงบนเตียง
  2. แพทย์ทำการฉีดยาชา
  3. แพทย์ทำการตรวจสอบความพร้อมร่างกายของคนไข้
  4. แพทย์ทำการตรวจสอบความชาของร่างกายคนไข้
  5. แพทย์เริ่มลงมีดเพื่อทำการผ่าตัด โดยตำแหน่งของการผ่าตัดจะอยู่ในรูจมูกส่วนปลายของจมูกแถวขนจมูก
  6. แพทย์ทำการเลาะแผลผ่าตัดเพื่อให้มีขนาดรองรับกับขนาดของซิลิโคน
  7. ใส่ซิลิโคนเข้าไปที่บริเวณดังกล่าว

การดูแลหลังผ่าตัด

  1. ประคบเย็น 4-5 วันหลังผ่าตัด เพื่อให้เลือดหยุดไหล หากไม่ประคบเย็นจะทำให้เกิดเลือดออกและมีพังผืดเกิดขึ้น ส่งผลให้จมูกเบี้ยวได้
  2. ดูแลแผลในโพรงจมูกด้วยไม้พันสำลีเช็ดน้ำเกลือ อย่าใช้แอลกอฮอล์ เบตาดีน หรือยาฆ่าเชื้อโรคที่แสบรุนแรง
  3. หลีกเลี่ยงการไปในที่ที่มีฝุ่นละอองมากประมาณ 1 สัปดาห์ ป้องกันการไอหรือจาม
  4. พบแพทย์ตามนัดเพื่อตัดไหม
  5. สามารถนอนตะแคงได้ ไม่ทำให้ซิลิโคนเคลื่อนที่ เพราะโดยปกติแล้วแพทย์จะทำการติดเทปเอาไว้เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่อยู่แล้ว แต่ให้หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ
  6. หลีกเลี่ยงอาหารที่ตนเองแพ้ และอาหารที่ทำให้หน้าบวมแดง เช่น อาหารที่ร้อนจัด อาหารที่มีรสเผ็ด อาหารรสเค็ม แอลกอฮอล์ บุหรี่ เป็นต้น